
เวียดนามกำลังเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาสำคัญในแวดวงโทรคมนาคม ด้วยการเปิดประมูลคลื่นความถี่สำคัญสองย่านในย่าน 700 MHz อีกครั้ง การประมูลครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความพยายามครั้งก่อนที่ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการส่งเสริมบริการโทรศัพท์มือถือ 4G และ 5G ในประเทศ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประกาศว่า ขณะนี้ย่านความถี่ B1-B1 (703–713 MHz/758–768 MHz) และ B3-B3 (723–733 MHz/778–788 MHz) พร้อมเปิดประมูลแล้ว โดยมีมูลค่าเริ่มต้นกว่า 1.95 ล้านล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ใบอนุญาตจะให้สิทธิ์แก่ผู้ประกอบการเป็นระยะเวลา 15 ปี
การประมูลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขบนสเปรดชีตเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขยายความครอบคลุมของเครือข่ายมือถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ที่ขาดแคลนบริการของเวียดนาม คลื่นความถี่ 700 MHz ได้รับการยอมรับในระดับสากลในด้านความสามารถในการให้บริการระยะไกลและการเข้าถึงข้อมูลสูง ทำให้คลื่นความถี่นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ ไม่เพียงแต่ในศูนย์กลางเมืองที่พลุกพล่านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่ห่างไกลที่การเชื่อมต่ออาจดูเหมือนเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ
ที่น่าสนใจคือ Viettel Group ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐที่คว้าตัววง B2-B2' มาได้ในเดือนพฤษภาคม 2025 จากการประมูลสองรอบที่ดุเดือด จะไม่เข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ ชัยชนะครั้งก่อนซึ่งกินเวลานานถึง 15 ปี เป็นส่วนหนึ่งของ Viettel กลยุทธ์ เพื่อเสริมสร้างการเชื่อมต่อ 4G และ 5G ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโครงการริเริ่มใหม่ๆ เช่น เมืองอัจฉริยะและระบบเกษตรอัจฉริยะที่อาจทำให้แม้แต่เกษตรกรก็ต้องหันกลับมามองอีกครั้ง
ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมคลื่นโอกาสใหม่นี้มีเวลา 30 วันนับจากวันประกาศการประมูลอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันสิทธิ์ การจัดสรรคลื่นความถี่ 700 MHz ใหม่เชิงกลยุทธ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เวียดนามเปลี่ยนจากการออกอากาศโทรทัศน์แบบอนาล็อกเป็นดิจิทัล ซึ่งจะช่วยปลดล็อกคลื่นความถี่อันทรงคุณค่าสำหรับภาคโทรคมนาคมเคลื่อนที่
ณ เดือนมกราคม 2025 Viettel รายงานว่ามีผู้ใช้บริการ 4G ทะลุหลัก 5 ล้านรายภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังจากเปิดตัวบริการในเดือนตุลาคม 2024 เครือข่าย 5G ของยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมรายนี้ ซึ่งรองรับโดยสถานีฐานประมาณ 6,500 แห่ง มีความเร็วสูงสุดถึง 1 Gbps และค่าความหน่วงต่ำเกือบศูนย์ ด้วยแผนงานอันทะเยอทะยานที่จะติดตั้งสถานี 20,000G เพิ่มเติมกว่า 5 แห่งภายในสิ้นปี 2025 Viettel ตั้งเป้าที่จะให้บริการครอบคลุมถึง 99% ของประชากรภายในปี 2030
ควบคู่ไปกับการเปิดตัวที่มุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้ง Viettel ได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการ 5G เฉพาะสองแห่งในฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ ศูนย์กลางนวัตกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักพัฒนาได้ทดลองใช้เทคโนโลยี 5G และอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) ใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในท้องถิ่นโดยเฉพาะ โครงสร้างพื้นฐานของ Viettel รองรับทั้งสถาปัตยกรรมแบบสแตนด์อโลน (SA) และแบบสแตนด์อโลน (NSA) ครอบคลุมกรณีการใช้งานที่น่าทึ่งกว่า 130 กรณีในภาคส่วนต่างๆ รวมถึงโลจิสติกส์ การดูแลสุขภาพ และ พลังงาน.
Viettel ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการรายเดียวในตลาดนี้ คู่แข่งอย่าง VNPT และ MobiFone ก็ได้ก้าวเข้าสู่ตลาด 5G เช่นกัน VNPT เปิดตัวบริการ 5G ในเดือนธันวาคม 2024 ตามด้วย MobiFone ในเดือนมีนาคม 2025 โดยใช้ย่านความถี่ 3.8–3.9 GHz ผู้ให้บริการทั้งสองรายกำลังนำ 5G มาใช้ร่วมกันทั้ง NSA และ SA เพื่อให้มั่นใจว่าการแข่งขันยังคงดุเดือดและผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์
ขณะที่เวียดนามกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz อีกครั้ง ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าจะมีผู้ประกอบการจำนวนมากให้ความสนใจในการขยายเครือข่ายมือถือและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ แม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนก็สูงเช่นกัน เพราะอนาคตที่สดใสและการเชื่อมต่อกำลังรออยู่ไม่ไกล
คลื่นความถี่ 700 MHz มีความสำคัญต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเวียดนามอย่างไร?
คลื่นความถี่ 700 MHz มีความจำเป็นสำหรับการปรับปรุงการครอบคลุมของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท เนื่องจากมีระยะไกลและความสามารถในการเจาะทะลุสูงซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพการบริการ
เหตุใด Viettel Group จึงไม่เข้าร่วมการประมูลครั้งถัดไป?
Viettel Group ซึ่งเคยครองคลื่นความถี่ B2-B2' ไว้ก่อนหน้านี้ ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นมีโอกาสขยายเครือข่ายของตนได้
Viettel วางแผนขยายโครงสร้างพื้นฐาน 5G อย่างไร?
Viettel มีเป้าหมายที่จะติดตั้งสถานีฐาน 20,000G เพิ่มเติมกว่า 5 แห่งภายในสิ้นปี 2025 โดยมีเป้าหมายอันทะเยอทะยานที่จะครอบคลุมประชากร 99% ภายในปี 2030 หลังจากจำนวนผู้ใช้บริการเติบโตอย่างรวดเร็ว