
สยามพารากอน ประกาศทุ่มงบ 100 ล้านบาท จัดแคมเปญใหญ่ที่สุดแห่งปี “Siam Paragon 10th Anniversary : The Prismatic Phenomenon”
จะมีแคมเปญขอบคุณสองรายการ ได้แก่ แคมเปญโปรโมชั่น 10 สัปดาห์พร้อมรางวัล 100 รางวัลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ถึงวันที่ 18 ธันวาคม และงานเฉลิมฉลอง 10 วันพร้อมกิจกรรมและของขวัญระดับโลกมากมาย
สยามพารากอน เป็นศูนย์การค้าชั้นนำแห่งหนึ่งบนถนนพระราม 1 ของกรุงเทพฯ พัฒนาโดยบริษัท สยามพิวรรธน์ และเดอะมอลล์กรุ๊ป สองยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ค้าปลีก นักพัฒนา แคมเปญครบรอบ 10 ปี ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าที่สยามพารากอน 5 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อรายการ 10 เปอร์เซ็นต์
มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างสยามพิวรรธน์และเดอะมอลล์กรุ๊ป ทำให้สยามพารากอนกลายเป็นปรากฏการณ์แห่งการค้าปลีกและ “จุดหมายปลายทางแห่งการช้อปปิ้งระดับโลก” อย่างแท้จริง ซึ่งดึงดูดนักช้อปทั้งชาวไทยและต่างชาติมากกว่า 200,000 คนต่อวัน
“ลูกค้าประจำของเราที่มีกำลังซื้อสูงและเป็นสมาชิกบัตรแพลตตินัมและสการ์เล็ตของเราไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากปัญหาเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อมายาวนาน เราพบว่ามูลค่าการซื้อและคะแนนสะสมบนบัตรของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 24 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบเป็นรายปีในช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้”
นายชำนาญ เมธาปรีชากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน รีเทล และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า เหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เพียงเล็กน้อย โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติหายสาบสูญไปจากย่านราชประสงค์และพระราม 1 เพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น และปัจจุบันการจราจรกลับมาเป็นปกติแล้ว
“อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคาดว่า GDP ของไทยจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.5 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ เราเชื่อว่าภาคค้าปลีกโดยรวมใน ประเทศไทย จะเติบโตไม่เกินร้อยละ 5 ของยอดขายรวมในปีนี้” นายชำนาญ กล่าว
นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า พฤติกรรมการจับจ่ายของผู้คนเปลี่ยนไปพร้อมกับปัญหาเศรษฐกิจ โดยผู้คนมาที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อรับประทานอาหารและซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็นเท่านั้น การเปิดตัวแคมเปญคุ้มราคาที่ดึงดูดใจจะช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่าจะซื้ออะไรในอนาคต