
แนวโน้มรายได้ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธนาคาร เครือข่ายบัตรเครดิต และสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการเงินในภาคตะวันออกเฉียงใต้ เอเชีย มีแนวโน้มว่าการใช้ระบบชำระเงินผ่านมือถือจะเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคนี้ในอีกห้าปีข้างหน้า
บริษัทวิจัย Forrester ระบุว่า ปัจจัยกระตุ้นการเติบโตนี้คือการเพิ่มขึ้นของการใช้งานสมาร์ทโฟนในภูมิภาคนี้ โดยคาดการณ์ว่าจำนวนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 230 ล้านเครื่องภายในปี 2017 จาก 175 ล้านเครื่องในปีนี้
รายงานที่เผยแพร่โดย Forrester เมื่อไม่นานนี้ระบุว่าการโอนเงินจะยังคงกระตุ้นให้เกิดการเติบโตของการชำระเงินแบบ peer-to-peer (P2P) ในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งกำลังปูทางไปสู่กระเป๋าสตางค์ดิจิทัล นอกจากนี้ แรงงานต่างด้าวยังหันมาใช้บริการของบริษัทโทรคมนาคมและบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีทางการเงิน เช่น Xoom, Remitly, TransferTo, TransferWise และ MatchMove มากขึ้นในการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ
ในขณะเดียวกัน การซื้อขายผ่านมือถือข้ามพรมแดนยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของการชำระเงินทางไกล เนื่องจากผู้บริโภคออนไลน์จำนวนมากซื้อของผ่านอุปกรณ์พกพาในประเทศต่างๆ เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย การสั่งซื้อข้ามพรมแดนโดยใช้บัตรเครดิตและ PayPal ถือเป็นเรื่องสำคัญ
Forrester สังเกตว่าผู้เล่นจำนวนมากขึ้นกำลังนำฟีเจอร์ต่างๆ เช่น คูปองและรางวัลความภักดีเข้าไปในระบบการชำระเงินผ่านมือถือ ซึ่งดูคล้ายกับกระเป๋าเงินดิจิทัล แต่ยังไม่เข้าข่ายดังกล่าว
“ธนาคารที่ต้องการเข้าร่วมในโอกาสด้านการชำระเงินผ่านมือถือจะต้องตัดสินใจว่าต้องการสร้างระบบการชำระเงินผ่านมือถือของตนเองหรือจะร่วมมือกับผู้จำหน่ายธุรกิจ/เทคโนโลยี การมีกลยุทธ์การชำระเงินผ่านมือถือที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนจะช่วยปกป้องและเสริมสร้างความสัมพันธ์ของธนาคารกับทั้งสองฝ่าย ค้าปลีก และลูกค้าธุรกิจ” รายงานระบุ